การกินเจให้ได้โภชนาการที่ดีต้องครบ 5 หมู่

กรุงเทพฯ 27 ก.ย.- นักโภชนาการ แนะการกินเจให้ได้โภชนาการที่ดีต้องครบ 5 หมู่ ระวังขาดโปรตีน-วิตามินบี 12 ระบุแหล่งโปรตีนชั้นดีจากถั่วแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และเพิ่มข้าวซ้อมมือ-นม เพื่อเติมวิตามินบี 12 เตือน 3 สิ่งต้องเลี่ยงช่วงเจ แป้ง-เค็ม-มัน และ 2 ต้อง คือล้างผักให้สะอาด-ออกกำลังกาย นายสง่า ดามาพงศ์ ผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงการรับประทานอาหารในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ว่าต้องเลือกให้ถูกหลักโภชนาการและมีสารอาหารครบ5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์และวิตามินบี 12 ที่ปกติร่างกายได้รับจากตับ นม ไข่แดง จึงต้องหาทดแทน ซึ่งโปรตีนชั้นดี คือถั่วเมล็ดแห้งให้โปรตีนเทียบเท่าเนื้อสัตว์ เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ หรือโปรตีนเกษตร หากทานเต้าหู้แผ่น 1 แผ่น ให้โปรตีนเทียบเท่าเนื้อหมู 3-4 ชิ้น สำหรับวิตามินบี 12 หากร่างกายขาดจะทำให้โลหิตจาง ปลายประสาททำงานลดลง เกิดอาการชาที่แขนขา ความจำไม่ดีและอารมณ์แปรปรวน แต่จะเกิดกับผู้ทานเจหรือมังสวิรัติต่อเนื่องนานหลายปีเพื่อป้องกันการขาดวิตามินบี 12 ไม่ควรเคร่งครัดทานเจมากเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยอาจดื่มนมวัวทดแทนหรือกินข้าวซ้อมมือสม่ำเสมอ “สิ่งที่ต้องระวังช่วงเทศกาลมี 3 เลี่ยงและ 2 ต้อง “3 เลี่ยง” คือ 1.หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง เพราะเพิ่มน้ำหนักตัว 2.หลีกเลี่ยงอาหารมันจัด ควรหันมาทานประเภท ต้ม นึ่ง อบ ยำ แทน 3.หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด ซึ่งอาหารเจมักมีการใส่เกลือ ซีอิ้ว เพื่อช่วยถนอมอาหารให้อยู่ได้หลายวัน จึงอาจได้รับเกลือเกินความจำเป็น เป็นสาเหตุความดันโลหิตสูงและโรคไต ส่วน “2 ต้อง” คือ 1.ต้องล้างผักให้สะอาดถูกวิธี ป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างซึ่งหลายชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง และ 2.ควรออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานไม่ให้สะสมกลายเป็นไขมัน โดยเดินเร็ว 30 นาที หรือปั่นจักรยาน 40 นาที เผาผลาญพลังงานได้ 150 กิโลแคลอรี่” นายสง่า กล่าว ด้าน รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์สื่อสารสังคม สสส. กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ สสส.เริ่มแผนอาหารสุขภาวะ ยกระดับจากงานอาหารโภชนาการและงานอาหารปลอดภัยที่ทำมา ต่อยอดให้ครบวงจรอาหาร ตั้งแต่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนจนถึงระบบการตลาดสีเขียว-ตลาดอาหารคุณภาพ และค่านิยมการบริโภคอาหารปลอดภัยและโภชนาการ โดยเน้นสร้างความร่วมมือสนับสนุนภาคีภาครัฐ ภาคชุมชนท้องถิ่นและภาคส่วนต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตอาหารและสุขภาพของคนไทย เนื่องจากพบการผลิตบริโภคอาหารของคนไทย ยังมีพฤติกรรมไม่ถูกต้องส่งผลเสียต่อสุขภาพสูง ทั้งภาวะอ้วนลงพุงที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่วัยเด็ก ขาดการออกกำลังกายและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เคลื่อนไหวร่างกายต่ำ. -สำนักข่าวไทย ที่มา : สำนักข่าวไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: